You are currently viewing เสริมสร้างจินตนาการ กับผลงานศิลปะ Abstract

เสริมสร้างจินตนาการ กับผลงานศิลปะ Abstract

  • Post author:
  • Post category:Blog

ในวันที่เราเครียดหรือเหนื่อยล้าจากการทำงานนั้น ในบางครั้งศิลปะก็สามารถช่วยผ่อนคลายได้ การที่ใช้ศิลปะช่วย เสริมสร้างจินตนาการ จะมีส่วนช่วยให้คุณได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นได้อย่างไร ในบางครั้งนั้นในการทำงานและใช้เวลาการทำงานของสมองในแต่ละวันหมดไปกับการคิดเรื่องราวต่างๆ หมายความว่าสมองคุณจะไม่ได้หยุดพักเลย ดังนั้นเราจึงควรเผื่อเวลาพักผ่อนให้สมองบ้าง โดยการปล่อยใจของคุณให้คิดไปแบบอิสระแต่ไม่ใช่คิดแบบไร้ทิศทางซักทีเดียว เราจะมีตัวช่วยนั่นก็คือการดูภาพ Abstract ต่างๆเพื่อช่วยเสริมสร้างจินตนาการ  ในการใช้ภาพ Abstract เพื่อเสริมสร้างจินตนาการนี้สามารถทำได้ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ แต่กรณีที่ทำในเด็กควรจะมีผู้ใหญ่คอยไกด์แนะนำให้เด็กมีความคิดไปในเชิงที่สร้างสรรค์ด้วย

เสริมสร้างจินตนาการ ด้วยงาน Abstract ได้อย่างไร

ก่อนอื่นเรามารู้จักภาพ Abstract กันก่อน  ภาพแบบ Abstract ก็คือภาพที่เป็นภาพแบบนามธรรมคือไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้  บางรูปพอดูออกว่าเป็นรูปอะไรบางรูปก็ดูไม่ออกเลย หรืออาจจะเป็นแค่การสาดสีหรือรูปร่างรูปทรงเท่านั้น ซึ่งมีทั้งการใช้สีสันที่สดใสหรือใช้สีน้อยบางงานเป็นสีขาวดำ หากคุณมีสภาวะความเครียดมากเราไม่แนะนำให้ดูภาพที่มีโทนสีหม่นเช่นเทาดำน้ำเงิน เพราะอาจยิ่งทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นภาวะโรคซึมเศร้าได้ การเลือกภาพนั้นควรเลือกภาพที่มีสีสัน สดใสสวยงาม โดยคุณสามารถไปเลือกชมของจริงตามพิพิธภัณฑ์ก็ได้ หรือหากคุณไม่มีเวลาสามารถเปิดจากโทรศัพท์หรือไอแพดของคุณแล้วลองดูได้  ในขณะที่คุณมองภาพศิลปะนั้นให้คุณปล่อยใจไม่ต้องคิดอะไร คิดว่ารูปร่างแบบนี้คล้ายกับอะไรไม่มีถูกไม่มีผิด การทำเช่นนี้คล้ายกลับเป็นการให้สมองของคุณได้วิ่งเล่นในทุ่งกว้างโดยที่ไม่มีอะไรมาบังคับหรือกดดัน

การดูภาพ Abstract ในเด็ก

สำหรับในเด็กที่ยังอายุไม่เยอะมากนักอาจจะต้องมีผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่คอยช่วยชี้แนะด้วย เป็นในลักษณะของการออกความคิดเห็นควบคู่ไปกับความคิดของเด็ก เราจะไม่ปิดกั้นว่าสิ่งที่เด็กมองนั้นเป็นภาพอะไร เราจะทำการชี้นำไปในทางลักษณะว่าคล้ายกับอะไรมากกว่า แต่ไม่ว่าเด็กจะบอกว่ารูปร่างนั้นคล้ายกับอะไรก็ตามเราจะไม่บอกว่าสิ่งนั้นถูกหรือสิ่งนั้นผิด แต่หากเด็กมีจินตนาการหรือนึกไปถึงสิ่งที่ไม่ดีจากการมองภาพเหล่านั้น  เราสามารถช่วยเบี่ยงเบนทิศทางความคิดของเด็กได้ว่าไม่คล้ายกับสิ่งนี้ หรือยกตัวอย่างของสิ่งอื่นที่มีลักษณะสร้างสรรค์และไปในทิศทางที่ดีมากกว่าสิ่งที่เด็กได้มีมุมมองไม่ดีต่อรูปร่างนั้นๆ โดยคุณห้ามขัดแย้งหรือเถียงเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการต่อต้านทางความคิดได้